วิธีการคำนวณภาษีสรรพสามิต แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

1. กรณีที่ผลิตในประเทศ

2. กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ
 
กรณีที่ผลิตในประเทศ

การคำนวณภาษี/ฐานภาษี

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด โดยคำนวณภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

30.png

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

 น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ไม่ได้ใช้เป็นเชื้อเพลิงของอากาศยาน จำนวน 30,000 ลิตร ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม
(รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย)ราคาลิตรละ 8.50 บาท
อัตราภาษีสรรพสามิตตามปริมาณลิตรละ 3 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 23 บาท

31.png

 เพราะฉะนั้นจะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 90,000 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ10 ของค่าภาษี = 9,000 บาท
รวมภาษีต้องชำระ = 99,000 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

ผู้นำเข้ามีหน้าที่เสียภาษีในอัตราภาษีที่กำหนดโดยให้ถือมูลค่า คือ ราคา C.I.F. ของสินค้าบวกด้วยอากรค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนและค่าธรรมเนียมอื่น ตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ไม่ได้ใช้เป็นเชื้อเพลิงของอากาศยาน จำนวน 3,000,000 ลิตร ราคา 15,000,000 บาท ค่าประกัน 2,000 บาท ค่าขนส่ง 800,000 บาท อากรขาเข้าลิตรละ 0.1 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 23 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามปริมาณลิตรละ 3 บาท

32.png

จะเห็นได้ว่าภาษีสรรพสามิตตามปริมาณที่คำนวณได้ สูงกว่า ภาษีตามมูลค่าที่คำนวณได้ จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต= 9,000,000 บาท
พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย 10% ของภาษี= 900,000 บาท รวมภาษีต้องชำระ= 9,900,000 บาท
 เพราะฉะนั้นจะต้องชำระภาษีสรรพสามิต= 9,000,000 บาท พร้อมด้วยภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ10 ของค่าภาษี= 900,000 บาท
รวมภาษีต้องชำระ= 9,900,000 บาท