บทความ/แหล่งความรู้ > การเชื่อมโยงข้อมูลของกรมสรรพสามิตกับกรมศุลกากร ผ่าน National Single Window

  

 

text01.jpg
การเชื่อมโยงข้อมูลของกรมสรรพสามิตกับกรมศุลกากร.jpg

กรมสรรพสามิตได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับระบบ National Single Window ของประเทศไทย ดังต่อไปนี้

  1. โครงการพัฒนาระบบ Back-end-Integration  เพื่อเชื่อมโยงกับระบบ National Single Window ของกรมสรรพสามิต ดำเนินการในปีงบประมาณ 2552โดยใช้เงินงบประมาณจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  2. โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ NSW กรมศุลกากร ดำเนินการในปีงบประมาณ 2555 โดยใช้เงินงบประมาณของกรมสรรพสามิต

  3. โครงการจัดทำระบบ Gate Way ของกรมสรรพสามิตเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window ของกรมศุลกากรดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 โดยใช้เงินกู้ DPL ของกรมศุลกากร




bullet_circle-arrow-blue.pngลำดับความเป็นมาของระบบ National Single Window (NSW) ในประเทศไทยกับกรมสรรพสามิต

  1. ปีพ.ศ. 2541 ประเทศไทยเริ่มพัฒนาบริการศุลกากรให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยปรับจากระบบที่ใช้เอกสารกระดาษ เป็นระบบการแลกเปลี่ยนเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Data Interchange: EDI และสามารถให้บริการระบบ EDI ทั่วประเทศในปี 2543 ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้ลงนามในข้อตกลงร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบ APEC (โครงการ APEC Paperless Trading) และกรอบอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ซึ่งส่งผลให้กรมศุลกากรได้พัฒนากระบวนการศุลกากรอย่างต่อเนื่อง จนยกระดับเป็นระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless Customs หรือ e-Customs) และให้บริการทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 จนถึงปัจจุบัน

  2. มติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2548 มอบหมายให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดตั้ง  National Single Window โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก  ให้ความร่วมมือเพื่อร่วมกันผลักดันให้  National Single Window จัดตั้งได้สำเร็จตามเป้าหมาย และให้กรมศุลกากรสามารถจัดทำ MOU  กับศุลกากรประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้กรอบ  ASEAN  Agreement  to  Establish  and  Implement the  ASEAN Single Window  และ  ASEAN Protocal  to  Establish   and  Implement the ASEAN  Single Window  ได้เฉพาะที่อยู่ในกรอบหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติเฉพาะ  เพื่อผลักดันให้  ASEAN  Single Window  จัดตั้งได้สำเร็จตามเป้าหมาย

  3. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2550-2554 โดยได้กำหนดให้โครงการจัดตั้งระบบ National Single Window (NSW) เป็นกลยุทธ์หลักภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการทำธุรกรรมเพื่อการส่งออกและนำเข้า

  4. วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 คณะกรรมการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (คบส.) ได้มมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลและบริการภาครัฐเพื่อการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ โดยมีกรมศุลกากรเป็นฝ่ายเลขานุการฯ และมีกรมสรรพสามิตร่วมเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการ ทำหน้าที่ในการจัดทำแผนปฎิบัติและบูรณาการแผนงานโครงการเพื่อพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พิจารณาแก้กฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ตลอดจนกำกับดูแลและติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปรับลดเวลาที่ใช้กับงานเอกสารและการดำเนินการเพื่อการนำเข้า-ส่งออก จาก 25 วัน เหลือ 15วัน

  5. ปีพ.ศ. 2552 ผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประสิทธิภาพของระบบอำนวยความสะดวกทางการค้าของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปีพ.ศ. 2553 ธนาคารโลกจัดให้ประเทศไทยมีระบบอำนวยความสะดวกทางการค้าที่มีประสิทธิภาพเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็วจากอันดับที่ 108 ในปีพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นผลจากการลดระยะเวลาที่ใช้ในการส่งออกและนำเข้าโดยเฉลี่ย จาก 24 และ 22 วันในปีพ.ศ. 2550 เหลือเพียง 14 และ 13 วัน ในปีพ.ศ. 2553 และค่าใช้จ่ายต่อตู้คอนเทนเนอร์ สำหรับการส่งออกและนำเข้า ลดลงประมาณร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายในปีพ.ศ. 2550 ส่งผลให้ในช่วงปีพ.ศ. 2551-2552 ประเทศไทยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกระบวนการส่งออกและนำเข้าแล้ว อย่างน้อยประมาณ 46,000 ล้านบาทต่อปี

  6. วันที่ 10 กันยายน 2552 กรมสรรพสามิต ได้ร่วมมือกับ กรมศุลกากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมการขนส่งทางบก กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตรสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window (NSW)

  7. วันที่ 1 ตุลาคม 2553 กรมสรรพสามิต ได้เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก สุรา ยาสูบ, รหัสพิกัดอัตราภาษี (แชมเปญ สปาร์กกลิ้งไวน์ สุราจีน ไพ่) และข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าผ่านระบบ National Single Window (NSW) กับกรมศุลกากร

 



bullet_circle-arrow-blue.pngบทบาทของกรมสรรพสามิตต่อระบบ
National Single Window (NSW) ของประเทศไทย

สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2548 มีมติเห็นชอบให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดตั้ง National Single Window (NSW) โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกให้ความร่วมมือเพื่อร่วมกันผลักดันให้ National Single Window จัดตั้งได้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยระบบ National Single  Window (NSW) เป็นระบบให้บริการยื่นเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก ณ จุดเดียว ของประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและครบวงจรในตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ  โดยระบบดังกล่าวเกิดจากการที่ประเทศไทยได้ทำความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Agreement to Establish and Implement the ASEAN Single Window) ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนจัดตั้งระบบ National Single Window ภายในปี ค.ศ.  2008 ยกเว้นประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่จะต้องจัดตั้งระบบ National Single Window อย่างช้าภายในปี 2012 โดยหลักการของ ASEAN Single Window คือ ความสม่ำเสมอ (Consistency) ความเข้าใจได้ง่าย (Simplicity)  ความโปร่งใส (Transparency) และความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)     

กรมสรรพสามิตจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบ Back-end-integration เพื่อเชื่อมโยงกับระบบ National Single Windows ของกรมศุลกากร และให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์การนำเข้า - ส่งออก สินค้าที่อยู่ในความควบคุม และกำกับดูแลของกรมสรรพสามิต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออก ผู้ขอยกเว้น/คืนภาษี และผู้ขอใบอนุญาต สุรา ยาสูบ ไพ่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและการบริหารการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต รวมถึงช่วยผลักดันให้ระบบ National Single Windows ของประเทศไทยเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
          โครงการพัฒนาระบบ
Back-end-Integration เพื่อเชื่อมโยงกับระบบ National Single Window ของกรมศุลกากร ได้เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2552 โดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาระบบงานและจัดหาอุปกรณ์รองรับการทำงานของระบบ National Single Window
          โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ ดังต่อไปนี้

          1. เพื่อพัฒนาระบบ Back-end-integration ของกรมสรรพสามิตให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบ National Single Windows ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
         
2.เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขอใบอนุญาตนำเข้าและส่งออก สุรา ยาสูบ ไพ่ และผู้ขอยกเว้น/คืนภาษีสรรพสามิต
          3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการบริหารการจัดเก็บภาษี  
          4. เพื่อสนับสนุนระบบ e-Excise ของกรมสรรพสามิต
          5. เพื่อสนับสนุนระบบ National Single Window (NSW) ของประเทศไทย
          โดยกรมสรรพสามิตได้ดำเนินการโครงการแล้วเสร็จและได้เปิดให้บริการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลใบอนุญาตนำเข้าส่งออกสุรา ยาสูบ ไพ่, รหัสพิกัดอัตราภาษี (แชมเปญ สปาร์กกลิ้งไวน์ สุราจีน ไพ่) และข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าผ่านระบบ
National Single Window (NSW) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553 นับเป็นหน่วยงานนำร่องกลุ่มแรกจากหน่วยงานภาครัฐทั้งสิ้น 36 หน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Windows (NSW) ได้สำเร็จ



bullet_circle-arrow-blue.pngรายชื่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ
National Single Window (NSW)

          1.กรมศุลกากร

2.กรมสรรพสามิต

3.กรมการค้าต่างประเทศ

4.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

5.กรมโรงงานอุตสาหกรรม

6.กรมปศุสัตว์

7.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

8.กรมประมง

9.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

10.สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล

11.กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

12.กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการทำเหมืองแร่

13.กรมธุรกิจพลังงาน

14.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

15.กรมการขนส่งทางบก

16.กรมการอุตสาหกรรมทหาร

17.สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

18.กรมศิลปากร

19.กรมการปกครอง

20.กรมการค้าภายใน

21.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

22.กรมป่าไม้

23.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

24.กรมวิชาการเกษตร

25.สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

26.สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง

27.กรมเจ้าท่า

28.กรมการบินพลเรือน

29.การท่าเรือแห่งประเทศไทย

30.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

31.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

32.กรมทรัพยากรธรณี

33.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

34.กรมควบคุมโรค

35.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

36.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ


 

           อนึ่งนอกจากกรมศุลกากร ซึ่งกรมสรรพสามิตได้เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ National Single Window (NSW)  แล้วนั้น กรมสรรพสามิตยังมีนโยบายที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ เพี่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานสรรพสามิตและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน