|
วิธีการคำนวณภาษีสรรพสามิต
| ภาษีสรรพสามิต |
= รายรับค่าบริการ x อัตราภาษี |
| รายรับค่าบริการ |
= รายรับค่าผ่านประตู + รายรับที่หักจากเงินรางวัลจากการพนันแข่งม้าชนะและม้ารอง |
| ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ |
= {รายรับค่าผ่านประตู + (รายรับที่หักจากเงินรางวัลจากการพนันแข่งม้าชนะ
x 22.5) + |
| (รายรับที่หักจากเงินรางวัลจากการพนันแข่งม้าชนะ x 17.5)} x อัตราภาษี |
ตัวอย่างการคำนวณภาษี
สมาคมราชกรีฑาสโมสร มีรายรับค่าผ่านประตู 300,000 บาท และรายรับที่หักไว้จากผู้เล่นการพนันแข่งม้าชนะ
2,000,000 บาท รายรับที่หักไว้จากผู้เล่นการพนันแข่งม้ารอง 1,000,000 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ
20
รายการ |
ภาษีสนามแข่งม้า |
| 1. รายรับจากค่าบัตรผ่านประตู |
300,000
|
| 1.1 ภาษีสรรพสามิต 20% + ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย (10% ของภาษีสรรพสามิต) |
61,380
|
| 2. รายรับจากเงินรางวัลการพนันแข่งม้า |
300,000
|
ม้าชนะ (WIN) |
ม้ารอง (PLACE) |
| 2.1 รายรับจากการพนันแข่งม้า |
2,000,000 |
1,000,000 |
| 2.2 เงินรางวัลที่สนามแข่งม้าหักให้ผู้เล่นพนันม้า |
1,550,000 (77.5%) |
825,000 (82.5%) |
| 2.3 เงินที่สนามแข่งม้าหักไว้ เป็นฐานในการคำนวณภาษีสรรพสามิต |
450,000 (22.5%) |
175,000 (17.5%) |
| 2.4 ภาษีสรรพสามิต 20% + ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย (10% ของภาษีสรรพสามิต) |
99,000 |
38,500 |
รวมภาษีที่พึงต้องชำระ (1.1 + 2.4 + 2.5) |
198,880 บาท
|
ผู้ประกอบการสนามแข่งม้า สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
ตัวอย่างที่ 1 การคำนวณภาษีค่าผ่านประตู
1. สมมุติให้ผู้ประกอบการสนามแข่งม้า มีรายรับจากบัตรค่าผ่านประตู
= 300,000 บาท |
การคำนวณ ค่าบัตรผ่านประตูรวมภาระภาษีทั้งหมด
= 300,000 บาท |
| ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม |
= (300,000 x 7%) = 21,000 บาท |
| ฐานราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม |
= 300,000 - 21,000 บาท |
| = 279,000 บาท |
ค่าบัตรผ่านประตู 279,000 บาท จึงป็นราคาค่าบริการที่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระไว้แล้ว
|
สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ อัตราร้อยละ
20 + ภาษีเก็บเพื่อกระทรวงมหาดไทยอีกร้อยละ 10 |
| ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ |
= (279,000 x 22%) = 61,380 บาท |
| ราคาค่าผ่านประตูที่ไม่รวมภาษีสรรพสามิต |
=279,000 – 61,380 |
| = 217,620 บาท |
นำตัวเลขมาใส่ในโครงสร้างราคาค่าบริการได้ดังนี้ |
| โครงสร้างราคาค่าผ่านประตู |
| 1. ราคาค่าผ่านประตูซึ่งไม่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 217,620
บาท |
| 2. ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 61,380 บาท |
| 3. ราคาค่าผ่านประตูซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระเรียบร้อยแล้ว |
| (1) + (2) = 279,000 บาท |
ตัวอย่างที่ 2 การคำนวณภาษีค่าผ่านประตู
| 1. สมมุติให้ผู้ประกอบการสนามแข่งม้า มีรายรับจากบัตรค่าผ่านประตู
= 217,620 บาท (ยังไม่รวมภาระภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระและมูลค่าเพิ่ม) |
| การคำนวณ ค่าบัตรผ่านประตูยังไม่รวมภาระภาษี
= 217,620 บาท |
| ภาษีสรรพสามิต |
= 217,620 x 0.22 1 – (1.1
x 0.20) |
| = 47,876.40 / 0.78 |
| ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ |
= 61,380 บาท |
| ราคาค่าผ่านประตูที่รวมภาษีสรรพสามิต |
=217,620 – 61,380 |
| = 279,000 บาท |
นำตัวเลขมาใส่ในโครงสร้างราคาค่าบริการได้ดังนี้ |
| โครงสร้างราคาค่าผ่านประตู |
| 1. ราคาค่าผ่านประตูซึ่งไม่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 217,620
บาท |
| 2. ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 61,380 บาท |
| 3. ราคาค่าผ่านประตูซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระเรียบร้อยแล้ว |
| (1) + (2) = 279,000 บาท |
การคำนวณภาษีรายรับจากการพนันแข่งม้า
| ตัวอย่างที่ 1 สมมุติ
รายรับจากการพนันแข่งม้าที่หักไว้เป็นฐานในการคำนวณภาษี |
| 2.1 ม้าชนะ (WIN) |
= 450,000 บาท |
| 2.2 ม้ารอง (PLACE) |
= 175,000 บาท |
| เป็นราคาค่าบริการที่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระไว้แล้ว
สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ อัตราร้อยละ 20 + ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ
10 |
| ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ |
| 2.1 ม้าชนะ (WIN) |
= (450,000 x 22%) = 99,000 บาท |
| 2.2 ม้ารอง (PLACE) |
= (175,000 x 22%) = 38,500 บาท |
| รวมภาษีที่สนามแข่งม้าต้องชำระ 61,380 + 99,000 + 38,500
= 198,880 บาท |
|