วิธีการคำนวณภาษี
ตัวอย่างการคำนวณภาษี

ตัวอย่างที่ 1

สมมุติให้ผู้ประกอบการกิจการสนามกอล์ฟ คิดค่าบริการสนามกอล์ฟ สำหรับบุคลทั่วไป
ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
18 หลุม – วันธรรมดา ราคา 1,000 บาท (รวมภาระภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระและมูลค่าเพิ่มแล้ว)

การคำนวณ ค่าบริการสนามกอล์ฟ บุคคลทั่วไป 18 หลุม วันธรรมดา 1,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม = (1,000 x 7%) = 65.42 บาท
ฐานราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม = 1,000 – 65.42 บาท
= 934.58 บาท

ราคาค่าบริการ   934.58   บาทจึงป็นราคาค่าบริการที่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระไว้แล้ว สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ อัตราร้อยละ 10 + ภาษีเก็บเพื่อกระทรวงมหาดไทยอีกร้อยละ 10

ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ = (934.58 x 11%) = 102.80 บาท
ราคาค่าบริการที่ไม่รวมภาษีสรรพสามิต = 934.58 – 102.80
= 831.78 บาท

นำตัวเลขมาใส่ในโครงสร้างราคาค่าบริการได้ดังนี้
โครงสร้างราคาค่าบริการสนามกอล์ฟ
1. ราคาค่าบริการสนามกอล์ฟซึ่งไม่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ   831.78   บาท
2. ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ   102.80   บาท
3. ราคาค่าบริการสนามกอล์ฟซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระเรียบร้อยแล้ว

 (1) + (2) =   934.58   บาท

ตัวอย่างที่ 2

สมมุติให้ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ คิดค่าบริการสนามกอล์ฟ สำหรับบุคคลทั่วไป 18 หลุม วันธรรมดา ราคา 831.78 บาท (ยังไม่รวมภาระภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระและมูลค่าเพิ่ม)

การคำนวณ      ค่าบริการสนามกอล์ฟยังไม่รวมภาระภาษี = 831.78 บาท
ภาษีสรรพสามิต
= 831.78 x 0.11
1 – (1.1 x 0.10)
= 91.4958 / 0.89
ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ = 102.80 บาท
ราคาค่าบริการที่รวมภาษีสรรพสามิต = 831.78 + 102.80
= 934.58

นำตัวเลขมาใส่ในโครงสร้างราคาค่าบริการได้ดังนี้
โครงสร้างราคาค่าบริการสนามกอล์ฟ
1. ราคาค่าบริการสนามกอล์ฟซึ่งไม่รวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 831.78 บาท
2. ภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ 102.80 บาท
3. ราคาค่าบริการสนามกอล์ฟซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระเรียบร้อยแล้ว

 (1) + (2) = 934.58 บาท